วิเคราะห์บอล ฟุตบอลโลก 2026: นอร์เวย์ พบ ฝรั่งเศส (กลุ่ม I)
ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม I นัดสุดท้าย จะเป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง นอร์เวย์ และ ฝรั่งเศส โดยจะแข่งขันกันที่เมืองบอสตัน แม้ว่าทั้งสองทีมจะการันตีการผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่นี่ไม่ใช่เกมที่ไม่มีความหมายอย่างแน่นอน เพราะนี่คือการเจอกันครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทั้งสองทีมในศึกฟุตบอลโลกทีมชาย
ความสำคัญของเกม: ชิงอันดับ 1 กลุ่ม I
เป้าหมายหลักของทั้งคู่ในเกมนี้คือการแย่งชิงตำแหน่งแชมป์กลุ่ม โดยทีมที่ชนะจะคว้าแชมป์กลุ่มและได้สิทธิ์ไปพบกับทีมอันดับ 3 ในรอบต่อไป ในขณะที่ทีมรองแชมป์กลุ่มจะต้องเผชิญหน้ากับทีมอันดับ 2 จากกลุ่ม E ซึ่งคาดว่าจะเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่าง ไอวอรีโคสต์ หรือ เอกวาดอร์
การดวลกันของซูเปอร์สตาร์: ฮาลันด์ vs เอ็มบัปเป้
ไฮไลต์ที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามองคือการดวลกันของสองศูนย์หน้าแห่งยุค ที่กำลังขับเคี่ยวแย่งชิงรางวัลรองเท้าทองคำ (Golden Boot)
- เออร์ลิง ฮาลันด์ (นอร์เวย์): เพิ่งเหมาสองประตูในเกมที่เฉือนชนะเซเนกัล 3-2 หากเขาทำได้อีกอย่างน้อย 2 ประตูในเกมนี้ เขาจะกลายเป็นผู้เล่นคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่ทำได้ 2 ประตูขึ้นไปใน 3 เกมแรก ต่อจาก กิเยร์โม สตาบิเล่ (ปี 1930) และ ซานดอร์ คอคซิส (ปี 1954)
- คีเลียน เอ็มบัปเป้ (ฝรั่งเศส): เพิ่งทำ 2 ประตูเช่นกันในเกมที่ถล่มอิรัก 3-0 ทำให้ตอนนี้เขากดไปแล้วถึง 16 ประตูจากการลงเล่นฟุตบอลโลก 16 นัด ขยับขึ้นมาทาบสถิติของ มิโรสลาฟ โคลเซ่ และกำลังไล่ล่าสถิติสูงสุด 18 ประตูของ ลิโอเนล เมสซี่
ความพร้อมของทีมและสภาพนักเตะ
ทีมชาตินอร์เวย์ สโตเล โซลบัคเคน กุนซือทีมชาตินอร์เวย์ ยืนยันว่าจะมีการโรเตชั่นนักเตะหลายตำแหน่ง เนื่องจากระยะเวลาพักฟื้นที่สั้นและการเดินทาง ในเกมล่าสุดพวกเขาต้องจบเกมด้วยการเหลือผู้เล่นในจุดหนึ่งเพียง 9 คน เนื่องจากนักเตะหลายคนมีอาการบาดเจ็บและตะคริวหลังจากใช้โควตาเปลี่ยนตัวครบแล้ว นอกจากนี้ยังต้องเช็กความฟิตของ จูเลียน ไรเออร์สัน ที่เจ็บจนต้องเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ต้นเกมที่พบกับเซเนกัล
ทีมชาติฝรั่งเศส ทัพตราไก่จะไม่มี ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคุมทีมข้างสนาม เนื่องจากเขาได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับประเทศเพื่อร่วมงานศพของคุณแม่ โดย กีย์ สเตฟ็อง ผู้ช่วยโค้ชจะทำหน้าที่แทน ในส่วนของสภาพทีม มาโล กุสโต หายจากอาการบาดเจ็บที่เท้าและพร้อมลงเป็นตัวเลือกเพื่อแย่งตำแหน่งแบ็คขวากับ ฌูลส์ คุนเด้
หมายเหตุ: สภาพอากาศอาจเป็นตัวแปรสำคัญ เนื่องจากมีการพยากรณ์ว่าอาจมีพายุเข้า ซึ่งในเกมก่อนหน้านี้ของฝรั่งเศสที่พบกับอิรัก ก็เคยต้องหยุดเกมไปนานถึง 130 นาทีมาแล้วเพราะสภาพอากาศ
สถิติที่น่าสนใจก่อนเกม
- นอร์เวย์สร้างโอกาสทอง (Big chances) ไปแล้วถึง 10 ครั้ง ซึ่งมากที่สุดในกลุ่ม I และเป็นสถิติที่ดีกว่าผลงานตลอดทัวร์นาเมนต์ของพวกเขาในปี 1998 (9 ครั้ง)
- นี่จะเป็นการพบกันครั้งที่ 16 ของทั้งสองทีม โดยหนล่าสุดฝรั่งเศสชนะ 4-0 ในเกมกระชับมิตรเมื่อปี 2014 ส่วนชัยชนะครั้งสุดท้ายของนอร์เวย์ที่มีต่อฝรั่งเศสในเกมการแข่งขันทางการ ต้องย้อนไปถึงปี 1987
- นอร์เวย์ ไม่เคยเอาชนะทีมจากทวีปยุโรปด้วยกันได้เลยในฟุตบอลโลก (เสมอ 2 แพ้ 3)
- ในทางกลับกัน ฝรั่งเศส ชนะรวด 5 นัดหลังสุดเมื่อพบกับทีมจากยุโรป (รวมถึงการชนะ อังกฤษ, โครเอเชีย และ เบลเยียม)
- หากฝรั่งเศสชนะนัดนี้ จะเป็นเพียงครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของพวกเขาที่เก็บชัยชนะ 3 นัดรวดในรอบแบ่งกลุ่ม โดยครั้งแรกที่ทำได้คือปี 1998 ซึ่งพวกเขาคว้าแชมป์โลกในบั้นปลาย
ทรรศนะและโอกาสชนะจาก Opta
ด้วยการที่นอร์เวย์เตรียมพักผู้เล่นตัวหลักหลายคน ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของ Opta จึงยกให้ ฝรั่งเศส เป็นต่ออย่างชัดเจน โดยมีโอกาสชนะสูงถึง 55.4% ขณะที่โอกาสจบลงด้วยการเสมออยู่ที่ 21.6% (ซึ่งผลเสมอก็เพียงพอให้ฝรั่งเศสคว้าแชมป์กลุ่ม) และ นอร์เวย์ มีโอกาสพลิกล็อกเก็บ 3 แต้มได้เพียง 23.0% หรือราวๆ 1 ใน 5 เท่านั้น
บทสรุป: ฝรั่งเศสที่มีขุมกำลังเหนือกว่าและสภาพทีมที่ค่อนข้างพร้อมกว่า น่าจะใช้ความเด็ดขาดของ เอ็มบัปเป้ ในการเจาะแนวรับนอร์เวย์ที่ต้องปรับทัพใหม่หลายตำแหน่ง และมีโอกาสสูงที่จะคว้าชัยชนะเพื่อการันตีแชมป์กลุ่มไปครอง