ดูบอลสด เชลซี พบ แมนฯ ซิตี้ เอฟเอ คัพ แมตช์ไฟนอล อัปเดตสถิติ แผน 11 ผู้เล่น และลิงก์ถ่ายทอดสด
คืนวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569 เวลา 21:00 น. แฟนฟุตบอลทั่วโลกห้ามพลาดเด็ดขาดกับศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ (FA Cup) ประจำฤดูกาล 2025/26 แมตช์ตัดสินแชมป์ ซึ่งเป็นการโคจรมาพบกันของสองทีมยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก ทัพ “สิงห์บลูส์” เชลซี เตรียมลงสนามฟาดแข้งกับ ทัพ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ณ สังเวียน เวมบลีย์ สเตเดียม ถือเป็นแมตช์หยุดโลกที่แฟนบอลชาวไทยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้แบบเต็มอิ่ม
บทความนี้เราจะพาไปอัปเดตความพร้อมของทั้งสองทีม วิเคราะห์เจาะลึกสถิติที่น่าสนใจ แผนการเล่น 11 ผู้เล่นตัวจริง ข้อมูลความน่าจะเป็นจากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Opta และเจาะลึกประเด็นสำคัญต่างๆ เพื่ออุ่นเครื่องก่อนรับชมการถ่ายทอดสดในค่ำคืนนี้ครับ
📺 ข้อมูลโปรแกรมถ่ายทอดสด เอฟเอ คัพ แมตช์ตัดสินแชมป์
-
รายการ: เอฟเอ คัพ อังกฤษ 2025/26 (แมตช์ไฟนอล)
-
คู่แข่งขัน: เชลซี พบ แมนฯ ซิตี้
-
วัน/เวลาแข่ง: คืนวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569 เวลา 21:00 น.
-
สนาม: เวมบลีย์ สเตเดียม (Wembley Stadium)
-
ถ่ายทอดสด: Mono 29, MONOMAX และ AIS PLAY

เจาะลึกความพร้อม เชลซี (สิงห์บลูส์) ลบฝันร้ายที่เวมบลีย์
สถานการณ์ภาพรวม: เชลซี ภายใต้การนำทัพของกุนซือขัดตาทัพ คาลัม แม็คฟาร์เลน (Calum McFarlane) ผ่านเข้าสู่แมตช์ตัดสินแชมป์รายการนี้เป็นครั้งที่ 17 ของประวัติศาสตร์สโมสร ซึ่งเป็นสถิติมากเป็นอันดับสามของเกาะอังกฤษ (ตามหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ทำไว้ 22 ครั้ง และ อาร์เซน่อล 21 ครั้ง) พวกเขาเคยคว้าแชมป์รายการนี้มาแล้ว 8 สมัย และพลาดหวังไป 8 สมัยเช่นกัน
ทว่าพวกเขามีสถิติที่ไม่สู้ดีนักกับการลงเล่นที่เวมบลีย์ในระยะหลัง โดยทัพสิงห์บลูส์ไม่สามารถเจาะตาข่ายทำประตูคู่แข่งได้เลยในการเข้าชิง 4 ครั้งหลังสุด ณ สนามแห่งนี้ นับตั้งแต่ประตูของ คริสเตียน พูลิซิช ในนาทีที่ 5 ของแมตช์ไฟนอลปี 2020 (ซึ่งเกมนั้นพวกเขาก็เป็นฝ่ายปราชัย 1-2) นอกจากนี้ เชลซียังเป็นทีมเดียวในประวัติศาสตร์ที่พ่ายแพ้ในแมตช์ไฟนอลรายการนี้ถึง 3 ปีติดกัน (ช่วงปี 2020 ถึง 2022)
สถิติที่น่าเป็นห่วง: การเจอกับ แมนฯ ซิตี้ ถือเป็นงานที่ยากลำบากแสนสาหัส เนื่องจากเชลซีสะกดคำว่าชนะไม่เป็นในการเจอกัน 13 นัดหลังสุดในทุกรายการ (เสมอ 3 แพ้ 10) นับตั้งแต่แมตช์ไฟนอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020/21 ซึ่งเป็นสถิติไร้ชัยที่ยาวนานมากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปี 1999 ถึง 2004 ที่พวกเขาเคยทำสถิติไร้ชัยเหนืออาร์เซน่อล 17 นัดติดกัน
สภาพทีมและคีย์แมน: กองกลางชาวอาร์เจนตินาอย่าง เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ถือเป็นหัวใจสำคัญในรายการนี้ หลังมีส่วนร่วมถึง 6 ประตูจากการลงเล่นเอฟเอคัพ 9 นัด (ทำ 4 ประตู แอสซิสต์ 2) รวมถึงการทำประตูชัยในรอบสี่ทีมสุดท้ายกับลีดส์ ยูไนเต็ด ขณะเดียวกัน พวกเขายังมีขุมกำลังที่พร้อมรบในระบบ 4-2-3-1 นำโดย โคล พาลเมอร์ ที่หมายมั่นจะโชว์ฟอร์มเก่งเผชิญหน้ากับต้นสังกัดเก่า
เจาะลึกความพร้อม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (เรือใบสีฟ้า) ล่าดับเบิลแชมป์
สถานการณ์ภาพรวม: ฝั่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกที่ผ่านเข้าสู่แมตช์ไฟนอล เอฟเอ คัพ ได้ถึง 4 ฤดูกาลติดกัน แม้จะพลาดท่าปราชัยในแมตช์ไฟนอล 2 ปีหลังสุด (แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด และ คริสตัล พาเลซ) ก็ตาม
ทัพเรือใบสีฟ้ามุ่งหวังซิวแชมป์รายการนี้เพื่อบวกเพิ่มความสำเร็จ หลังจากได้ถ้วย อีเอฟแอล คัพ ไปเป็นของทีมแล้วด้วยการเอาชนะอาร์เซน่อล หากพวกเขาทำสำเร็จ จะกลายเป็นครั้งที่ 6 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษที่มีทีมคว้าดับเบิลแชมป์บอลถ้วยในประเทศ (ตามรอย อาร์เซน่อล ปี 1992-93, ลิเวอร์พูล ปี 2000-01 และ 2021-22, เชลซี ปี 2006-07 และผลงานของพวกเขาเองในปี 2018-19)
สภาพทีมและคีย์แมน: คีย์แมนสำคัญของทีมเยือนในรายการนี้คือ เฌเรมี่ โดกู ปีกตัวจี๊ดชาวเบลเยียมที่เป็นแนวรุกที่ฟอร์มแรงมากที่สุดคนหนึ่ง โดยมีส่วนร่วมถึง 8 ประตู (ทำ 3 ประตู แอสซิสต์ 5) ในสองซีซั่นหลังสุดของเอฟเอคัพ แถมยังมีสถิติการเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งมากถึง 40 ครั้ง ซึ่งมากเป็นอันดับหนึ่งของนักเตะพรีเมียร์ลีกในช่วงเวลาดังกล่าว
ทางด้าน เออร์ลิง ฮาลันด์ ดาวยิงตัวเก่งชาวนอร์เวย์ ยังคงต้องค้นหาประตูแรกของตัวเองในการลงเล่นแมตช์ไฟนอลให้กับสโมสร สถิติระบุว่าเขาลงเล่นแมตช์ไฟนอลมาแล้ว 9 ครั้ง มีโอกาสสับไก 15 ครั้ง แต่ยังไม่สามารถส่งบอลซุกก้นตาข่ายได้เลยในสีเสื้อของแมนฯ ซิตี้ สนามเวมบลีย์แห่งนี้คือสังเวียนเดียวที่ฮาลันด์ลงเล่นมากกว่า 2 นัดแล้วยังทำประตูไม่ได้ (ลงเล่น 8 นัด, 601 นาที, โอกาสยิง 11 ครั้ง) การลงเล่นในเวมบลีย์ครั้งนี้จึงเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของเขา
รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม
🔵 เชลซี (ระบบ 4-2-3-1)
-
ผู้รักษาประตู: โรเบิร์ต ซานเชซ
-
กองหลัง: มาโล กุสโต้, เทรโวห์ ชาโลบาห์, ลีวาย โคลวิลล์, มาร์ค กูกูเรย่า
-
กองกลางตัวรับ: รีซ เจมส์, มอยเซส ไกเซโด้
-
กองกลางตัวรุก: โคล พาลเมอร์, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, เปโดร เนโต้
-
กองหน้าตัวเป้า: เชา เปโดร
⚪ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (ระบบ 4-2-3-1)
-
ผู้รักษาประตู: เจมส์ แทรฟฟอร์ด
-
กองหลัง: นิโก้ โอเรลลี่ย์, มาร์ค เกฮี, อับดูโคดีร์ คูซานอฟ, มาเธอุส นูเนส
-
กองกลางตัวรับ: แบร์นาร์โด้ ซิลวา, นิโก้ กอนซาเลซ
-
กองกลางตัวรุก: เฌเรมี่ โดกู, รายาน แชร์กี้, อองตวน เซเมนโย่
-
กองหน้าตัวเป้า: เออร์ลิง ฮาลันด์
บทสรุปก่อนรับชมการถ่ายทอดสด
แมตช์นี้ถือเป็นบททดสอบสุดหินของเชลซีที่มุ่งหวังลบล้างสถิติอันเลวร้ายยามลงเล่นในเวมบลีย์ แม้ผลงานการเจอกันนัดล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน แมนฯ ซิตี้ จะเปิดบ้านถล่มไปได้ 3-0 แต่การเจอกันก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 4 มกราคม คาลัม แม็คฟาร์เลน ก็เคยพาทีมบุกไปยันเสมอที่เอติฮัด สเตเดียม มาแล้ว 1-1
รูปเกมจะออกมาในรูปแบบที่เรือใบสีฟ้าครองบอลบุกเข้าใส่ตามสไตล์ถนัด ส่วนเชลซีจะอาศัยความรวดเร็วของแนวรุกในการโจมตีกลับ แฟนบอลสามารถร่วมลุ้นและรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางช่อง Mono 29, MONOMAX และ AIS PLAY ในค่ำคืนนี้ รับประกันความมันส์ระดับห้าดาวแน่นอน!