สรุปผลบอลพรีเมียร์ลีก: แมนฯ ซิตี้ ช็อก! บุกเจ๊า เอฟเวอร์ตัน 3-3 สะเทือนบัลลังก์แชมป์
ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 เดินทางมาถึงจุดพลิกผันที่อาจตัดสินแชมป์ได้เลยทีเดียว! เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ทัพ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลาดท่าทำแต้มหล่นแบบสุดช็อก หลังบุกไปเสมอกับ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ด้วยสกอร์ 3-3 ในแมตช์สุดระทึกขวัญที่มีการทำประตูรวมกันถึง 6 ลูก ซึ่งผลการแข่งขันนัดนี้ส่งผลให้โมเมนตัมการลุ้นแชมป์เปลี่ยนมือไปอยู่กับทางฝั่งของ อาร์เซน่อล ทันที
ครึ่งแรกสุดหรู สู่ 13 นาทีแห่งความโกลาหล
ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เริ่มต้นแมตช์นี้ได้อย่างยอดเยี่ยมและดูเหมือนจะควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ทั้งหมด พวกเขาได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะการจบสกอร์อันเฉียบขาดของ เฌเรมี่ โดกู (Jeremy Doku) ปีกตัวจี๊ดทีมชาติเบลเยียม
แต่ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญมาเกิดขึ้นในช่วงครึ่งเวลาหลัง เมื่อแนวรับของทีมเยือนเกิดอาการรวนอย่างหนัก และปล่อยให้ เอฟเวอร์ตัน รัวคืนทีเดียว 3 ประตูรวดภายในระยะเวลาเพียงแค่ 13 นาที! โดยได้ประตูจาก เธียร์โน่ แบร์รี่ (Thierno Barry) ที่เหมาคนเดียวสองลูก (หนึ่งในนั้นมาจากความผิดพลาดของ มาร์ค เกฮี ปราการหลังแมนฯ ซิตี้) และอีกลูกจากการโหม่งของ เจค โอไบรเอน (Jake O’Brien) ทำให้เจ้าถิ่นพลิกแซงนำห่างเป็น 3-1
ฮีโร่ช่วงทดเจ็บ กับการกอบกู้แต้มล้ำค่า
ในขณะที่แฟนบอลเจ้าถิ่นกำลังเตรียมเฉลิมฉลองชัยชนะ ทัพเรือใบสีฟ้าก็แสดงให้เห็นถึง DNA ของแชมป์เก่า พวกเขาไม่ยอมแพ้และฮึดสู้จนถึงวินาทีสุดท้าย เออร์ลิง ฮาลันด์ (Erling Haaland) ซัดประตูจุดประกายความหวังให้ทีมไล่มาเป็น 2-3 ก่อนที่ เฌเรมี่ โดกู จะมาสวมบทฮีโร่ตะบันประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 97 ช่วยให้ แมนฯ ซิตี้ รอดพ้นจากความพ่ายแพ้และเก็บ 1 แต้มสำคัญกลับออกมาได้แบบหวุดหวิด
สถานการณ์ลุ้นแชมป์: อาร์เซน่อล กุมชะตาตัวเอง
แม้จะโกงความตายกลับมาได้ แต่การทำหล่น 2 แต้มในเกมนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการลุ้นแชมป์ลีก:
-
แต้มสูงสุดที่เป็นไปได้: ปัจจุบัน แมนฯ ซิตี้ สามารถเก็บคะแนนได้สูงสุดในฤดูกาลนี้ที่ 83 คะแนน
-
ข้อได้เปรียบของปืนใหญ่: อาร์เซน่อล มีอยู่ 76 คะแนน นั่นหมายความว่า หากทัพปืนใหญ่สามารถเก็บชัยชนะได้ทั้งหมดใน 3 นัดที่เหลือ พวกเขาจะผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกนับตั้งแต่ปี 2004 ทันที โดยไม่ต้องสนใจผลการแข่งขันของ แมนฯ ซิตี้
-
ผลต่างประตูได้เสีย: นอกจากแต้มแล้ว อาร์เซน่อล ยังมีสถิติผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่า แมนฯ ซิตี้ อยู่ 4 ลูก ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญหากต้องตัดสินแชมป์ด้วยกฎนี้
ทรรศนะกูรู และเสียงสะท้อนหลังเกม
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมแมนฯ ซิตี้ พยายามมองในแง่ดีแม้ทีมจะพลาดแต้มสำคัญ “มันดีกว่าการแพ้แน่นอน สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าคู่แข่งของเราแข็งแกร่งแค่ไหน ตอนนี้การลุ้นแชมป์ไม่ได้อยู่ในมือเราแล้ว เรายังมีเกมเหลืออยู่ และต้องรอดูกันต่อไป ภาพรวมเราเล่นได้ดีมากในครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังพวกเขาดุดันขึ้นและทำให้มันเป็นเกมที่ปะทะกันอย่างดุเดือด”
ทางด้าน เธียร์รี่ อองรี ตำนานกองหน้าอาร์เซน่อล ได้ให้ความเห็นผ่าน Sky Sports ว่า “ถ้าผมเป็นอาร์เซน่อล ผมจะไม่คิดว่า ‘ตอนนี้เราพลาดแต้มได้แล้ว’ แต่มันเป็นความจริงที่ว่าชะตาแชมป์กลับมาอยู่ในมือพวกเขาอีกครั้ง ผมจะไม่ฉลองเร็วเกินไปหรอกนะ เพราะมันยังไม่จบ”
ขณะที่ เวย์น รูนี่ย์ อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ ฟันธงผ่านพอดแคสต์ส่วนตัวว่า “เราได้ยินมาตลอดว่าอาร์เซน่อลจะทนความกดดันไม่ไหว แต่ผู้เล่นแมนฯ ซิตี้บางคนอย่าง เกฮี ก็ไม่เคยอยู่ในจุดที่ต้องลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกมาก่อน และคืนนี้คุณอาจได้เห็นสัญญาณนั้น ผมคิดว่านี่คือปีของอาร์เซน่อล พวกเขาคงเส้นคงวามาก ในขณะที่ ซิตี้ มีช่วงที่ขึ้นๆ ลงๆ”
โปรแกรมที่เหลือของทั้งสองทีม
-
แมนเชสเตอร์ ซิตี้: เหลือเกมเหย้า 3 นัดพบกับ เบรนท์ฟอร์ด, คริสตัล พาเลซ และปิดฤดูกาลพบ แอสตัน วิลล่า ส่วนเกมเยือน 1 นัดต้องออกไปเยือน บอร์นมัธ
-
อาร์เซน่อล: เตรียมบุกไปเยือน เวสต์แฮม ก่อนจะกลับมาเปิดบ้านรับมือ เบิร์นลีย์ และปิดฉากฤดูกาลด้วยการบุกไปเยือน คริสตัล พาเลซ
เส้นทางการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ยังคงเปิดกว้างและมีสิทธิ์พลิกโผได้ทุกวินาที แฟนบอลต้องติดตามกันแบบห้ามกะพริบตา!