สิ้นสุดการรอคอย 22 ปี! อาร์เซน่อล ผงาดบัลลังก์แชมป์ พรีเมียร์ลีก หลัง แมนฯ ซิตี้ สะดุด
ทัพ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสรได้สำเร็จ ด้วยการผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ยุค “อินวิสซิเบิลส์” ของ อาร์แซน เวนเกอร์ ในปี 2004 หลังจากที่คู่แข่งเบอร์หนึ่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้เพียงแค่บุกไปเสมอ บอร์นมัธ 1-1 ส่งผลให้แต้มขาดเป็นที่เรียบร้อย
บรรยากาศฉลองแชมป์สุดบ้าคลั่งของแฟนบอลอาร์เซน่อล
ทันทีที่เสียงนกหวีดหมดเวลาในคู่ของแมนฯ ซิตี้ ดังขึ้น บรรยากาศที่สนามฝึกซ้อมในเฮิร์ตฟอร์ดเชียร์ก็ลุกเป็นไฟ มิเกล อาร์เตต้า พร้อมด้วยทีมงานและเหล่านักเตะต่างกระโดดกอดกันด้วยความดีใจสุดขีด
เดแคลน ไรซ์ มิดฟิลด์คนสำคัญ ได้โพสต์ภาพลงอินสตาแกรมส่วนตัวคู่กับ ไค ฮาแวร์ตซ์, เอเบเรชี่ เอเซ่, บูกาโย่ ซาก้า, ไมลส์ ลูอิส-สเคลลี่ และ วิลเลียม ซาลิบา พร้อมแคปชั่นสะใจว่า “ผมบอกทุกคนแล้ว… มันจบแล้ว” ซึ่งเป็นการเอาคืนจากวลีปลุกใจก่อนหน้านี้ที่เขาเคยลั่นวาจาว่า “มันยังไม่จบ” ในเกมที่พ่าย ซิตี้ เมื่อเดือนก่อน นอกจากนี้ยังมีภาพหลุดที่ เอเซ่ กระโดดเต้นบนโต๊ะอย่างสุดเหวี่ยง พร้อมเสียงตะโกนร้องเพลง “แชมเปียนส์” กึกก้องไปทั่วห้องแต่งตัว ก่อนที่ทั้งทีมจะออกไปฉลองกันสถานที่อื่น
ทางฝั่งแฟนบอลที่รวมตัวกันตามผับใกล้สนามเอมิเรตส์ สเตเดียม ต่างก็พากันหลั่งไหลออกมาฉลองชัยชนะบนท้องถนน ภายในเวลาเพียง 10 นาที แฟนบอลนับพันคนได้เดินขบวนมุ่งหน้าสู่ลานหน้าสนาม โดยมี เอียน ไรท์ ตำนานกองหน้าของทีม มาร่วมดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์นี้ด้วย

‘เวนเกอร์’ ร่วมแสงดความยินดี และความยิ่งใหญ่ของ ‘อาร์เตต้า’
สโมสรอาร์เซน่อลได้สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการปล่อยคลิปวิดีโอของ อาร์แซน เวนเกอร์ อดีตกุนซือระดับตำนาน ที่กำลังยกแก้วไวน์แดงฉลอง พร้อมฝากข้อความถึงทีมชุดนี้ว่า “แชมเปียนส์จะก้าวเดินไปข้างหน้า ในขณะที่คนอื่นหยุดพัก ตอนนี้จงก้าวไปและสนุกกับทุกช่วงเวลา”
การคว้าแชมป์ครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จระดับมาสเตอร์พีซของ อาร์เตต้า ในการรับบทบาทผู้จัดการทีมแบบเต็มตัว เขาเข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมตั้งแต่เดือนธันวาคม 2019 แม้จะต้องเจ็บปวดกับการจบอันดับสองมาถึง 3 ซีซั่นติด รวมถึงปีนี้ที่เคยพลาดท่าปล่อยให้ช่องว่าง 9 คะแนนหายไป แต่สุดท้ายพวกเขาก็แสดงความแข็งแกร่งกลับมาทวงบัลลังก์ได้สำเร็จ
จุดเปลี่ยนสำคัญของช่วงโค้งสุดท้าย เกิดขึ้นเมื่อ ซิตี้ ไปสะดุดเสมอ เอฟเวอร์ตัน ในขณะที่ทัพปืนใหญ่เร่งเครื่องกวาดชัยชนะ 4 นัดรวดแบบคลีนชีต (รวมถึงเกมเฉือน เบิร์นลีย์ 1-0 เมื่อวันจันทร์) ส่งผลให้กุนซือวัย 44 ปีรายนี้ กลายเป็นผู้จัดการทีมอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ (ตามหลัง โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ทำไว้ในปี 2005)
อาร์เซน่อล จะมีพิธีรับมอบถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเป็นทางการที่สนาม เซลเฮิร์สต์ พาร์ค ในวันอาทิตย์นี้ ซึ่งเป็นเกมนัดปิดฤดูกาลที่จะพบกับ คริสตัล พาเลซ
ยิ่งไปกว่านั้น อาร์เตต้า กำลังจะกลายเป็นกุนซือที่คุมทีมยาวนานเป็นอันดับหนึ่งในลีกอาชีพทั้ง 4 ระดับของอังกฤษ หากการอำลาทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้รับการยืนยัน และทัพปืนใหญ่ยังมีภารกิจสำคัญในการลุ้นดับเบิลแชมป์ โดยจะลงเตะ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ พบกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ ซึ่งที่ผ่านมามีสโมสรจากอังกฤษเพียง 5 ครั้งเท่านั้นที่สามารถเหมาแชมป์ลีกและแชมป์ยุโรปได้ในซีซั่นเดียวกัน (แมนฯ ซิตี้ คือทีมล่าสุดที่ทำได้ในปี 2023)
